ไม้ดอกไม้ประดับ

พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ


ค้นพบพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับที่น่าสนใจจากศูนย์


26 กันยายน 2568
มั่งมี
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Carallia brachiata (Lour.) Merr. ชื่อสามัญ : Carallia / Freshwater Mangrove วงศ์ : Rhizophoraceae ชื่ออื่น : ขิงพร้า เขียงพร้า , เขียงพร้านางแอ , คอแห้ง สีฟัน (ภาคใต้), เฉียงพร้า ตะแบง, ต่อใส้ สันพร้านางแอ, เฉียงพร้านางแอ      เป็นไม้ยืนต้น ไม่ผลัดใบ ถิ่นกำเนิดในประเทศเขตร้อน ความสูง 20 เมตร เปลือกลำต้นสีน้ำตาลอ่อน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กลับหรือรูปรี ขอบใบเรียบ แผ่นใบบางหรือหนาคล้ายหนัง ผิวใบเกลี้ยง ด้านล่างใบมีจุดสีดำ แผ่นใบยาว 5-10 เซนติเมตร ช่อดอกแตกเป็นกระจุกสั้นๆ ตามซอกใบ กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 - 8 แฉกรูปสามเหลี่ยม กลีบดอกสีขาวร่วงง่าย 5-8 กรีบรูปกลม เรียงสลับกับกลีบเลี้ยง เกสรเพศผู้มีจำนวน 2 เท่าของกลีบดอกติดอยู่บนฐานดอก ก้านเกสรยาวไม่เท่ากัน รังไข่อยู่ใต้วงกลีบแบ่งออกเป็น 3-4 พู ผลกลมมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ตรงปลาย ผลสุกสีแดงชุ่มน้ำ เมล็ดรูปไต ภายในผลมีเมล็ด 1ถึง 5 เมล็ด
26 กันยายน 2568
แจง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Maerua siamensis (Kurz) Pax. วงศ์ : Capparaceae ชื่ออื่น : แกง (ภาคตะวันออก)   เป็นไม้พุ่มถึงยืนต้นขนาดเล็ก ถิ่นกำเนิดในคาบสมุทรอินโดจีน ลักษณะความสูงไม่เกิน 10 เมตร ใบประกอบมี 3 ใบย่อย ก้านใบยาว 5-6 เซนติเมตร ใบย่อยรูปไข่กลับถึงรูปขอบขนาน ยาว 2 ถึง 12 เซนติเมตร ปลายใบกลมเว้าตื้นๆหรือมีติ่ง ก้านใบสั้น ช่อดอกคล้ายช่อเชิงหลั่น ออกสั้นๆที่ปลายกิ่งหรือตามซอกใบ ก้านดอกยาว 1.5 ถึง 5 เซนติเมตร ใบประดับรูปแถบขนาดเล็ก กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบรูปขอบขนานยาว 10 เซนติเมตร ไม่มีกลีบดอกจริง เกสรเพศผู้ 8 ถึง 12 อัน ก้านชูอับเรณูยาว 1 ถึง 1.5 เซนติเมตร ก้านเกสรเพศเมียยาว 1.5 ถึง 2 cm รังไข่ติดบนก้านชูเกสรเพศเมีย ผลรูปรีกว้างเกือบกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร ผิวขรุขระก้านผลยาว 4.5 ถึง 7 เซนติเมตร เมล็ดมีรูปไต ใน 1 ผลมีหลายเมล็ด
26 กันยายน 2568
อินจัน
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Diospyros decandra Lour. ชื่อสามัญ : Gold apple วงศ์ : Ebenaceae เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความสูง 10-20 เมตร ลำต้นตรง เปลือกสีดำ ทรงพุ่มทึบ เรือนยอดเป็นทรงกลม ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขนานหรือรูปวงรี ปลายใบแหลม ขนาดใบกว้าง 3-4 เซนติเมตร ยาว 8-10 เซนติเมตร ดอกแยกเพศ ดอกตัวผู้เป็นช่อ ดอกตัวเมียเป็นดอกเดี่ยว ลักษณะคล้ายดอกตัวผู้แต่มีขนาดใหญ่กว่า กลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆังสีขาวนวล ผลเป็นผลสดฉ่ำน้ำมี 2 รูปร่าง คือทรงกลมแป้นเรียกลูกจัน และทรงกลมเรียกลูกอิน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-7 เซนติเมตร มีกลีบเลี้ยงแห้งติดอยู่ ติดผลในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ลูกจันไม่มีเมล็ด ส่วนลูกอินจะมีเมล็ดขนาดใหญ่ 1-3 เมล็ด เมื่อแก่มีกลิ่นหอมรสหวาน ฝาดเล็กน้อย สามารถรับประทานได้
26 กันยายน 2568
กระบก
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Irvingia malayana Oliv. ex A. Benn. ชื่อสามัญ : Wild Almond วงศ์ : Simaroubaceae ชื่ออื่น : กะบก จะบก บก มะมื่น มะลื่น หมากบก มื่น มักบก หมักลื่น เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดใหญ่ ถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความสูง สูงได้ถึง 30 เมตร โคนต้นมีพูพอนตื้น ๆ ใบเดี่ยวเรียงสลับกว้าง 5-7 เซนติเมตร ยาว 10 ถึง 15 เซนติเมตร ก้านใบยาว 3 เซนติเมตรแผ่นใบหนา ใบรูปรีโคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบด้านบนเกลี้ยงด้านล่างค่อนข้างเกลี้ยง ดอกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนง ดอกย่อยมีก้านเรียงสลับบนแกนกลาง ช่อดอกยาว 8-15 เซนติเมตร ใบประดับรูปไข่ปลายแหลม ก้านช่อดอกยาว 0.5 เซนติเมตร ก้านดอกย่อยยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร วงกลีบเลี้ยงปลายแยก 5 แฉกสีเขียวแกมเหลืองอ่อน กลีบดอกสีขาวภายในสีส้มอ่อน จำนวน 5 กลีบ เกสรตัวผู้จำนวน 10 อัน เกสรตัวเมียมี 1 อันอยู่เหนือวงกลีบ ผลสดแข็งมีเนื้อผล 2 ชั้น ชั้นนอกเป็นเส้นใย ส่วนชั้นในมีเนื้อหนาหุ้มเมล็ด เมล็ดเดี่ยวกว้าง 2-4 เซนติเมตร ยาว 3-5 เซนติเมตร ในเมล็ดมีเนื้อแป้งสีขาวอัดแน่น ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด  
26 กันยายน 2568
บุนนาค
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mesua ferrea L. ชื่อสามัญ : Ceylon ironwood/ Iron wood/ Indian rose chestnut วงศ์ : Guttiferae ชื่ออื่น : สารภีดอย (เชียงใหม่) นากบุต (ใต้) ก๊าก่อ ก้ำก่อ (แม่ฮ่องสอน) ปะนาคอ (ปัตตานี)   เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ ถิ่นกำเนิดพบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศอินเดีย ศรีลังกาและบังคลาเทศ สูงได้ถึง 20 เมตร ลำต้นเปลาตรง เปลือกเรียบสีน้ำตาลปนเทา เนื้อไม้สีขาว เรือนยอดเป็นพุ่มทึบทรงแหลม ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้าม รูปหอกหรือขอบขนาน แผ่นใบหนา ขนาดกว้าง 2-3 เซนติเมตร ยาว 8-12 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ผิวใบเรียบเกลี้ยงเป็นมัน ท้องใบมีคราบขาวปกคลุม ใบอ่อนสีครีมหรือสีชมพู ใบแก่สีเขียว ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกเดี่ยวๆหรือกระจุก 2-3 ดอก ตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกมีกลิ่นหอม ขนาดดอกกว้าง 5 ถึง 10 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงขนาดใหญ่ 4 กลีบเป็นรูปช้อนงอ แบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นละ 2 กลีบ กลีบดอกสีขาวหรือสีนวล 4 กลีบ เป็นรูปไข่กว้าง ขอบกลีบเป็นคลื่นเล็กน้อย เกสรตัวผู้สีเหลืองเส้นยาว 1-2 เซนติเมตรจำนวนมากแผ่กระจายเป็นวงล้อมปลายเกสรตัวเมีย ผลรูปไข่เปลือกแข็งกว้าง 2 เซนติเมตร ยาว 4 เซนติเมตรปลายผลโค้งแหลม ขั้วผลจะมีกลีบเลี้ยงขยายโตเป็นกาบหุ้มผล 4 กาบ ภายในผลมีเมล็ดขนาดกว้าง 1 เซนติเมตร จำนวนผลละ 1-2 เมล็ด ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด
26 กันยายน 2568
จันทร์กะพ้อ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Vatica diospyroides Symington. ชื่อสามัญ : Resak/  Broken Hear Flower วงศ์ : Dipterocapaceae ชื่ออื่น : จันทน์พ้อ (กทม.) เขี้ยวงูเขา (พังงา)   เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ ถิ่นกำเนิดอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย เป็นไม้ขนาดกลาง ความสูง 6-15 เมตร  เรือนยอดกลม แตกกิ่งจำนวนมากบริเวณยอด ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรีแกมรูปขอบขนานหรือรูปใบหอกกว้าง 4-7 เซนติเมตร ยาว 15-20 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลมโคนใบสอบ ใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดง ดอกออกเป็นช่อสั้นๆที่ปลายกิ่ง ด้านนอกของกลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีขนนุ่มสีน้ำตาล กลีบดอกมี 5 กลีบสีขาวหรือเหลืองอ่อน เส้นผ่านศูนย์กลางดอกประมาณ 2 เซนติเมตร มีกลิ่นหอมมากโดยเฉพาะตอนกลางคืน ดอกจำนวนมากทยอยบานในเวลาใกล้เคียงกัน ผลเกือบกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5–3 เซนติเมตร ผลอ่อนสีเขียวเมื่อแก่เป็นสีน้ำตาล และแตกออกเป็น 3 ซีก ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด
26 กันยายน 2568
แคนา
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dolichandrone serrulata (DC.) Seem. ชื่อสามัญ : Trumpet Tree วงศ์ : Bignoniaceae ชื่ออื่น : แคป่า แคขาว แคเค็ตถวา (เชียงใหม่) แคทราย (นครราชสีมา) แคแน แคฝอย (ภาคเหนือ) แคภูฮ่อ(ลำปาง) แคยอดดำ (สุราษฎร์ธานี) แคยาว แคอาว (ปราจีนบุรี) เป็นไม้ยืนต้น  มีถิ่นกำเนิดในพม่าและภูมิภาคอินโดจีน ความสูง สูงได้ถึง 20 เมตร ใบประกอบยาว 12-35 เซนติเมตร มีใบย่อย 3-5 คู่รูปรีหรือรูปไข่กลับ ยาว 5-14 เซนติเมตร ขอบใบจักห่าง โคนเบี้ยว ก้านใบยาว 0.5-1 เซนติเมตร ช่อดอกยาว 2-3 เซนติเมตร ก้านดอกยาว 1.8 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงเป็นกาบยาว 4-5 เซนติเมตร หลอดกลีบดอกยาว 6-10 เซนติเมตร ปลายบานออกรูประฆังยาว 5-8 เซนติเมตร เกสรเพศผู้ยาว 3-5 เซนติเมตร รังไข่ยาว 1.5 เซนติเมตร ก้านเกสรเพศเมียยาว 12 เซนติเมตร กลีบดอกสีขาวนวล ผลรูปแถบบิดงอยาวได้ถึง 85 เซนติเมตร เมล็ดรูปสี่เหลี่ยมยาว 2 เซนติเมตร มีปีกบางใสเมื่อผลแตก เมล็ดสามารถปลิวไปตามลมบริเวณใกล้เคียงได้  
26 กันยายน 2568
จิกเศรษฐี
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Barringtonia macrocarpa Hassk วงศ์ : Lecythidaceae ชื่ออื่น : จิกนมยาน (ระนอง) เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความสูง 2-6 เมตรขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด ต้องการน้ำปานกลางถึงน้ำมาก ชอบแดดร่มรำไร ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปรีถึงรูปไข่กลับ ปลายใบสอบ ก้านใบค่อนข้างหนา แผ่นใบกว้าง 5-8 เซนติเมตร ยาว 15-20 เซนติเมตร ใบบางสีเขียวสด ดอกออกเป็นช่อเชิงลดใกล้ยอด ดอกมีกลิ่นหอม ช่อดอกยาว 20-80 เซนติเมตร ดอกย่อยมีประมาณ 120 ดอก ก้านดอกย่อยยาว 1.5 เซนติเมตร กลีบเลี้ยง 3-4 กลีบสีม่วงหรือชมพู กลีบดอก 3-4 กลีบรูปรี สีขาวหรือชมพูอ่อน เกสรเพศผู้จำนวนมาก ก้านชูอับเรณูยาวสีชมพู ผลอ่อนมีมุมหรือเหลี่ยม 3-4 มุม ผลขนาดกว้าง 3 เซนติเมตร ยาว 10 เซนติเมตร ภายในผลมีเมล็ดเป็นรูปไข่
26 กันยายน 2568
ตะโก
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Diospyros rhodocalyx Kurz ชื่อสามัญ : Ebony วงศ์ : Ebenaceae ชื่ออื่น : โก (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) นมงัว (นครราชสีมา) มะโก (ภาคเหนือ) มะถ่านไฟผี (เชียงใหม่)   เป็นไม้ยืนต้น ถิ่นกำเนิดในภูมิภาคอินโดจีน ความสูง 15 เมตร เปลือกลำต้นมีสีดำ กิ่งอ่อนมีขน ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่หรือรูปรี ปลายใบมนหรือเว้าเล็กน้อย โคนใบกลมขอบใบเรียบ แผ่นใบบางคล้ายกระดาษ ผิวใบด้านบนเกลี้ยงด้านล่างมีขน ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น ดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยว ออกที่ง่ามใบ กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันรูประฆัง ปลายแยกเป็น 4 แฉกรูปสามเหลี่ยมแกมรูปไข่ ผิวมีขนทั้ง 2 ด้าน กลีบดอกสีขาวเชื่อมติดกันรูปเหยือกน้ำ ปลายแยกเป็น 4 แฉกรูปไข่ ผิวเกลี้ยงทั้งสองด้าน เกสรเพศผู้ไม่สมบูรณ์ 8-11 อัน รังไข่อยู่เหนือวงกลีบรูปไข่ผิวมีขน ก้านเกสรเพศเมียสั้น ดอกเพศผู้เป็นกระจุก มีลักษณะคล้ายกับดอกเพศเมียแต่มีขนาดเล็กกว่า เกสรเพศผู้ 14-16 อัน รังไข่ไม่สมบูรณ์ มีขน ผลกลมมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่โคนผล ผลอ่อนมีขนสีน้ำตาล ผลแก่สีแดงผิวเกลี้ยง มีรสเปรี้ยวรับประทานได้ เมล็ดรูปไข่แบน มี 3-5 เมล็ด
26 กันยายน 2568
พะยอม
ชื่อสามัญ : White Meranti ชื่อวิทยาศาสตร์ : Shorea roxburghii วงศ์ : Dipterocarparceae   เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลำต้นสูงประมาณ 30 เมตร มีการแตกพุ่มบริเวณยอดเป็นพุ่มกลม เปลือกลำต้นมีสีเทาคล้ำ แตกเป็นร่องและเป็นสะเก็ดแผล เจริญเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิด ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบรูปขอบขนาน กว้างประมาณ 6 เซนติเมตร ยาว 13 เซนติเมตร มีขนนุ่มทางด้านล่างแผ่นใบ ผลัดใบในฤดูแล้งดอกออกเป็นช่อใหญ่ เป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง ดอกไม้สีขาวกลิ่นหอมรุนแรง ดอกมี 5 กลีบ ก้านดอกยาว 1.5 เซนติเมตร ออกดอกช่วงเดือนธันวาคมถึงเมษายน ผลรูปไข่ มีปีกยาว 3 ปีก สั้น 2 ปีก ยาวประมาณ 8 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.2 เซนติเมตร เมื่อผลแก่จะหลุดร่วงและปลิวไปตามลม ใน 1 ผลจะมีเมล็ดอยู่ 1-6 เมล็ด มีขนาดเล็ก ลักษณะค่อนข้างกลมแบนขนาดประมาณ 0.5 เซนติเมตร ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดเท่านั้น เมล็ดงอกภายใน 2 สัปดาห์ ชอบแสงแดดจัดและความชื้นสูง อนุบาลจนถึงความสูง 1 ฟุต จึงนำไปปลูกเพื่อรอการขุดล้อมต่อไป การขุดล้อม สามารถขุดล้อมได้ประมาณปีที่ 3 หลังจากทำการปลูก เมื่อต้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้นไม่ต่ำกว่า 3 นิ้ว ลำต้นสูงประมาณ 3-4 เมตร สามารถขุดล้อมจะย้ายปลูกได้ทันที ไม่จำเป็นต้องล้อมโคนเตือนทิ้งไว้ เมื่อขุดล้อมแล้วให้ใช้กระสอบป่านหุ้มตุ้มดินมัดให้แน่น ตัดแต่งกิ่งก้านออก สามารถทำการขนย้ายและนำไปปลูกได้ทันที
26 กันยายน 2568
ปาล์มไผ่
ชื่อสามัญ : Bamboo Palm ชื่อวิทยาศาสตร์ : Chamaedorea erumpens วงศ์ : Arecaceae (Palmae)   เป็นปาล์มขนาดเล็ก ถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ลำต้นเดี่ยวตั้งตรง ลำต้นคล้ายต้นไผ่ มีกาบใบสีน้ำตาลหุ้มลำต้น สูงเต็มที่ประมาณ 2 เมตร ใบประกอบรูปขนนก เรียงเวียนรอบลำต้น ใบสีเขียวใบย่อยกว้าง 2 เซนติเมตร ยาวประมาณ 20 ถึง 30 เซนติเมตร เมื่อต้นโตเต็มที่จพแทงช่อดอกจากแขนงกิ่งใต้กาบใบบริเวณใกล้โคนต้นต้น ตุ่มดอกสีเหลือง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.5 เซนติเมตร เมล็ดขนาดเล็ก ขนาด 0.5 เซนติเมตร   การขุดล้อม นิยมขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด และ แยกกอ โดยอนุบาลต้นกล้าในที่ร่มชื้น จนความสูงประมาณ 1 ฟุตจึงย้ายลงปลูกเพื่อรอการขุดล้อม ต้นที่ปลูกด้วยการเพาะเมล็ด จะสามารถขุดล้อมได้ประมาณปีที่ 3-5 ขึ้นไปความสูงของลำต้นประมาณ 80 เซนติเมตร สามารถขุดล้อมได้ทันทีโดยไม่ต้องล้อมเตือนทิ้งไว้ หลังขุดล้อมควรตัดแต่งก้านใบออกบ้าง ใช้กระสอบป่านหุ้มดินหรือใส่ถุงดำมัดให้แน่น สามารถทำการขนย้ายและนำไปปลูกได้ทันที หรือจะนำไปอนุบาลเพื่อรอการปลูกเลี้ยงต่อไป
26 กันยายน 2568
ปาล์มจีบ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Licuala grandis H.Wendl. ชื่อสามัญ : Licura Palm/ Palas Payung/ Vanuatu Fan Palm/ Ruffled Fan Palm วงศ์ : Arecaceae (Palmae)   เป็นพืชตระกูลปาล์มขนาดเล็ก  ถิ่นกำเนิดในประเทศไทยไปจนถึงแหลมมลายู ลำต้นสูงชะลูดไม่ทิ้งใบ เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นประมาณ 7 เซนติเมตร มีความสูงประมาณ 4 เมตร ชอบขึ้นในที่ชื้นและร่มเงา เจริญเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิด ใบเป็นใบเดี่ยวรูปพัด ไม่แตกออกจากกัน มีก้านใบยาวประมาณ 70 เซนติเมตร ขอบก้านใบมีหนาม แผ่นใบแผ่กว้างประมาณ 1.5 เมตร ร่องใบจีบพับละเอียดรอบตัวใบ ใบมีสีเขียวเป็นมัน ดอกออกเป็นช่อ มีกาบดอกสีเขียวหุ้มดอก เมื่อแตกออกจากกาบหุ้ม จะเห็นดอกเล็ก ๆ สีขาวอมเหลือง ช่อดอกยาวประมาณ 30 เซนติเมตร เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.5 เซนติเมตร ผลมีลักษณะกลมรี ขนาดเล็กเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร ผลมีสีเขียวเมื่อผลสุกจะมีสีแดงส้ม ในช่อมีผลประมาณ 100 ผล เมล็ดเดี่ยวขนาดเล็ก รูปกลมรี เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.5 เซนติเมตร นิยมขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด เมล็ดจะงอกภายใน 2-3 สัปดาห์ เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 3 เดือน จึงแยกลงปลูกในถุงดำขนาด 3.5 นิ้ว เลี้ยงดูต่อไปประมาณ 3 ถึง 6 เดือนจึงนำไปปลูกในพื้นที่ที่จัดไว้เพื่อรอการขุดล้อม    การขุดล้อม ต้นที่ปลูกด้วยการเพาะเมล็ด จะสามารถขุดล้อมได้ประมาณปีที่ 3-5 ขึ้นไปความสูงของลำต้นประมาณ 50 เซนติเมตร สามารถขุดล้อมได้ทันทีโดยไม่ต้องล้อมเตือนทิ้งไว้ หลังขุดล้อมควรตัดแต่งก้านใบออกบ้าง ใช้กระสอบป่านหุ้มดินหรือใส่ถุงดำมัดให้แน่น สามารถทำการขนย้ายและนำไปปลูกได้ทันที หรือจะนำไปอนุบาลเพื่อรอการปลูกเลี้ยงต่อไป