ไม้ดอกไม้ประดับ

พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ


ค้นพบพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับที่น่าสนใจจากศูนย์


26 กันยายน 2568
ปาล์มยะวา
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Livistona rotundifolia (Lam.) Mart. ชื่อสามัญ : Round Leaf Fan Palm/ Anahaw Palm/ Footstool Palm วงศ์ : Lecythidaceae   เป็นพืชตระกูลปาล์ม ถิ่นกำเนิดในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ลำต้นเดี่ยวสูงได้ถึง 30 เมตร มีกาบและใยแห้ง ๆ ติดกับลำต้นเมื่ออายุยังน้อย และจะหลุดออกไปเมื่ออายุมากขึ้น ลำต้นสีน้ำตาลเห็นข้อปล้องถี่ เมื่อต้นโตเต็มที่ขนาดลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 เซนติเมตร ค่อนข้างโตช้า ใบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยวรูปพัดค่อนข้างกลม ขอบใบเป็นแฉกลึก 1 ใน 3 ของแผ่นใบ แผ่นใบกว้าง 1.5 เมตร ก้านใบยาว 1.5 เมตร ก้านใบมีหนามแข็งที่ขอบก้านใบ ใบมีสีเขียวเข้มผิวใบเป็นมัน ดอกออกเป็นช่อระหว่างก้านใบ ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ช่อดอกยาว 1.5 - 2 เมตร ดอกมีสีเหลือง ผลเป็นผลกลมขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร ติดผลจำนวนมาก ผลมีผิวเรียบสีเขียวอ่อน เมื่อสุกมีสีส้มอมแดง ภายในมีเมล็ด 1 เมล็ด ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด โดยเมล็ดใช้เวลางอกประมาณ 3 เดือน   การขุดล้อม ต้นที่ปลูกด้วยการเพาะเมล็ด จะสามารถขุดล้อมได้ประมาณปีที่ 3-5 ขึ้นไปความสูงของลำต้นประมาณ 50 เซนติเมตร สามารถขุดล้อมได้ทันทีโดยไม่ต้องล้อมเตือนทิ้งไว้ หลังขุดล้อมควรตัดแต่งก้านใบออกบ้าง ใช้กระสอบป่านหุ้มดินหรือใส่ถุงดำมัดให้แน่น สามารถทำการขนย้ายและนำไปปลูกได้ทันที หรือจะนำไปอนุบาลเพื่อรอการปลูกเลี้ยงต่อไป
26 กันยายน 2568
ข่อย
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Streblus asper Lour. ชื่อสามัญ : Tooth Brush Tree วงศ์ : Moraceae เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความสูงไม่เกิน 10 เมตร เปลือกสีเทาผิวขรุขระ ใบเดี่ยวรูปไข่หรือรูปรี โคนสอบ ขอบใบหยัก ใบกว้าง 2 เซนติเมตร ยาว 5-8 เซนติเมตร ดอกสีเหลืองแกมเขียวออกเป็นช่อสั้นที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็กแยกเพศ ดอกเพศผู้อยู่รวมเป็นช่อกลมก้านดอกสั้น ดอกเพศเมียมีเพียง 2 ดอกต่อช่อก้านดอกยาว ผลทรงกลมขนาด 1 เซนติเมตร มีสีเหลืองฉ่ำน้ำ มีกลีบรองดอกสีเขียวหุ้มผล  1 ผลมี 1 เมล็ด   การขุดล้อม สามารถขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด เมล็ดงอกภายใน 2 สัปดาห์ ชอบแสงแดดจัดและความชื้นสูง อนุบาลจนถึงความสูง 1 ฟุต จึงนำไปปลูกเพื่อรอการขุดล้อมต่อไป สามารถขุดล้อมได้ประมาณปีที่ 3 หลังจากทำการปลูก เมื่อต้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้นไม่ต่ำกว่า 2 นิ้ว ลำต้นสูงประมาณ 1-2 เมตร สามารถขุดล้อมจะย้ายปลูกได้ทันที ไม่จำเป็นต้องล้อมโคนเตือนทิ้งไว้ เมื่อขุดล้อมแล้วให้ใช้กระสอบป่านหุ้มตุ้มดินมัดให้แน่น ตัดแต่งกิ่งก้านออก สามารถทำการขนย้ายและนำไปปลูกได้ทันที  
7 ตุลาคม 2568
แกลดิโอลัส
ชื่อวิทยาศาสตร์: Gladiolus spp. & hybrid ชื่อสามัญ: Gladiolus วงศ์: Iridaceae แกลดิโอลัสหรือซ่อนกลิ่นฝรั่ง ถิ่นกำเนิดในแถบทวีปแอฟริกา บริเวณแอฟริกาใต้และเกาะมาดากัสการ์ ทวีปยุโรปถึงทางตะวันตกของทวีปเอเชีย เป็นไม้ตัดดอกที่ได้รับความนิยมเนื่องจากมีสีสันสะดุดตา เช่น สีขาว เหลือง ชมพู แดง ม่วง ส้ม มีช่อดอกยาว เป็นพืชหลายฤดู  ลำต้นใต้ดินเป็นหัวคล้ายเหง้า ใบรูปแถบเรียงสลับระนาบเดียว ก้านช่อดอกชูตั้ง ดอกบานหันเพียงด้านเดียวและบานจากโคนไปยังปลายช่อ กลีบเรียงเป็นวง 2 วง วงละ 3 กลีบ กลีบวงนอกขนาดใหญ่ ดอกมีรูปร่างเหมือนกรวย คล้ายกับดอกกล้วยไม้ ตัวใบจะมีลักษณะยาวเรียวคล้ายดาบ แกลดิโอลัสมีทั้งที่ดอกมีกลิ่นหอมและไม่มีกลิ่นหอม ปัจจุบันมีลูกผสมหลายสี ทั้งกลีบดอกชั้นเดียว กลีบดอกซ้อน และพันธุ์แคระ   การขยายพันธุ์: แยกหัว การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกประดับแปลงและใช้เป็นไม้ตัดดอกได้ดี เหมาะสำหรับปลูกเพื่อตัดดอกเป็นการค้า เพราะสามารถตัดช่อดอกได้ ตั้งแต่ดอกยังไม่บาน เป็นหนึ่งในไม้ประดับที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ส่งเสริมให้ชาวเขาทางภาคเหนือปลูกทดแทนฝิ่นแล้วจำหน่ายให้กับมูลนิธิโครงการหลวง
7 ตุลาคม 2568
โกสน
ชื่อวิทยาศาสตร์: Codiaeum variegatum (L.) Rumph ex A. Juss. ชื่อสามัญ Garden croton/Croton วงศ์: EUPHORBIACEAE ชื่ออื่นๆ: กรีกะสม/กรีสาเก/โกรต๋น เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ลำต้นสูงประมาณ 2-3 เมตร ลำต้นสีน้ำตาล ผิวขรุขระ ใบเดี่ยวเรียงสลับ ใบมีหลายแบบและขนาดแปรไปตามพันธุ์ แผ่นใบมีสีต่างๆ เช่น ขาว เหลือง ส้ม ชมพู แดง ม่วงดำ ก้านใบยาว ท้องใบจะมีสีที่อ่อนกว่าด้านบนแผ่นใบ การเรียงตัวของเส้นใบร่างแหแบบขนนก ปลายใบแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ เนื้อใบคล้ายกระดาษ   การขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด ปักชำ และตอนกิ่ง การใช้งานและอื่นๆ: นิยมปลูกเป็นกลุ่มกลางแจ้งหรือริมถนนเพื่อสร้างสีสัน อาจเล่นสีตัดกับไม้สีเขียว เช่น แก้ว ชาฮกเกี้ยน ไม่ควรใช้ต้นที่ขุดล้อมเพราะใบร่วงแล้วจะแตกพุ่มใบช้ามาก ปลูกริมทะเลได้
7 ตุลาคม 2568
เขียวหมื่นปี
ชื่อวิทยาศาสตร์: Aglaonema spp. & hybrid ชื่อสามัญ Chinese Evergreen/Aglaonema วงศ์: Araceae เป็นพรรณไม้ล้มลุกขนาดเล็กจำพวกว่าน เป็นต้นไม้ในกลุ่มอโกลนีมา ถิ่นกำเนิดในประเทศเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน และแอฟริกา ความสูง 20 – 50 เซนติเมตร ลำต้นกลมเห็นข้อปล้องชัดเจน รากออกตามข้อ ทุกส่วนอวบน้ำ ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ในช่วงแรก ๆ ใบจะเป็นสีเขียว ปัจจุบันมีการพัฒนาทั้งชนิดแท้และลูกผสมที่ปรับปรุงพันธุ์ให้มีลวดลายและสีสันแปลกตาขึ้น ทั้งสีส้ม แดง ชมพู เหลือง ดอกออกเป็นช่อเชิงลดมีกาบที่ซอกใบใกล้ปลายยอด   การขยายพันธุ์: แยกหน่อ ปักชำ เพาะเมล็ด และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ คงกระพัน และให้โชคลาภ ปัจจุบันได้รับพระราชทานชื่อ “แก้วกาญจนา” จากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อปี พ.ศ. 2549 การใช้งานและอื่นๆ: เป็นไม้ประดับที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้กระถางภายในบ้านเรือน หรือเป็นไม้ประดับภายในอาคารสำนักงาน เชื่อว่า หากปลูกไว้ในบ้านจะมีเมตตามหานิยม
7 ตุลาคม 2568
ไข่มุก
ชื่อวิทยาศาสตร์: Medinilla myriantha Merr.  ชื่อสามัญ: Rose Grape/Showy Medinilla วงศ์: MELASTOMATACEAE ชื่ออื่น สร้อยระย้า/ไข่มุกอันดามัน ไม้พุ่มมีถิ่นกำเนิดในประเทศฟิลิปปินส์ ลำต้นทรงกระบอก เปลือกต้นสีน้ำตาลปนเทา ใบเดี่ยว เรียงวงรอบ รูปรีถึงรูปไข่กลับ ปลายแหลม โคนสอบ ขอบเรียบ ใบหนาคล้ายแผ่นหนัง เป็นมัน แผ่นใบสีเขียวเข้ม เส้นใบสีเขียวอ่อน เป็นร่องชัดเจน ช่อดอกแบบช่อเชิงลด ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกสีชมพู กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน กลีบดอกสีชมพู เรียงซ้อนเหลื่อมกัน เกสรเพศผู้ 8 เกสร เกสรเพศเมีย 1 เกสร   การขยายพันธุ์: ปักชำ การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับ ไม้กระถางแขวน
7 ตุลาคม 2568
คริสต์มาส
ชื่อวิทยาศาสตร์: Euphorbia pulcherrima Willd. ex Klotzsch ชื่อสามัญ: Poinsettia/Christmas flower/Painted leaf วงศ์: EUPHORBIACEAE   ต้นคริสต์มาส หรือ พอยน์เซตเทีย (Poinsettia) เป็นไม้ดอกพื้นเมืองของอเมริกาใต้แถบเม็กซิโก และกัวเตมาลา เข้ามาแพร่หลายในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1828 โดย Joel Roberts Poinsett เอกอัคราชฑูตสหรัฐฯคนแรกประจำประเทศเม็กซิโก ชื่อ Poinsettia ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Joel Roberts Poinsett เป็นไม้พุ่มเนื้ออ่อน สูง 1-3 เมตร ผิวมีปุ่มปม เปลือกสีขาวอมเทา ทุกส่วนของต้นมีน้ำยางขาว ใบคล้ายรูปไข่ปลายแหลม ขอบใบหยัก ดอกสีเหลืองออกเป็นช่อที่ยอดโดยมีดอกเพศผู้และเพศเมียอยู่บนช่อเดียวกัน และมีใบประดับสีแดงอยู่โดยรอบช่อเกสรตัวผู้จำนวนมาก ออกดอกเป็นช่อรูปถ้วย เป็นกระจุกตามปลายกิ่ง ดอกมีขนาดเล็ก ใบประดับรูปร่างคล้ายใบ สีสันสวยงามแตกต่างกันไปตามพันธุ์  เช่น สีแดง ขาว ชมพู เขียวอ่อน   การขยายพันธุ์  ปักชำ การใช้งานและอื่นๆ: เป็นต้นไม้ที่ดึงดูดสายตาคนด้วยสีแดงสดของใบ นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้ง ปลูกเป็นไม้กระถางประดับภายในอาคารเพราะสีสันที่สดใสเข้ากับเทศกาลคริสต์มาส  
7 ตุลาคม 2568
คล้าขุนแผน
ชื่อวิทยาศาสตร์: Calathea cv. Sanderiana ชื่ออื่น: คล้าแซนเดอเรียนา ว่านดาบขุนแผน ชื่อสามัญ Calathea Ornata วงศ์: MARANTACEAE คล้าขุนแผน พันธุ์ไม้จากต่างประเทศ มีถิ่นกำเนิดในประเทศเปรู เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี เจริญเป็นกอ สูงได้ถึง 1 เมตร ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้า แตกหน่อ ใบเดี่ยวเรียงสลับระนาบเดียว รูปไข่ถึงรูปไข่ ปลายแหลม โคนมน ขอบเรียบ แผ่นใบหนา ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน มีเส้นริ้วสีขาวยาวไม่เท่ากันพาดขวางเป็นกลุ่ม ใบอ่อนมีริ้วสีชมพู เมื่อใบแก่จะจางลงเป็นสีขาว เส้นกลางใบสีเขียวอ่อน ใต้ใบสีม่วงแดง ก้านใบกลม สีเขียวเหลือบม่วงแดง รอยต่อกับแผ่นบสีเขียวอ่อน   การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด แบ่งเหง้า การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกประดับสวน
7 ตุลาคม 2568
คล้าเงิน
ชื่อวิทยาศาสตร์: Calathea picturata (Linden) K.Koch & Linden ‘Argentea’ ชื่อสามัญ Catathea/Silver Catathea วงศ์: Marantaceae             ไม้ล้มลุก ความสูง30 – 50 เซนติเมตร ลำต้นมีเหง้าสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ รูปรี กว้าง 8 – 10 เซนติเมตร ยาว 15 – 20 เซนติเมตร ปลายใบแหลม พื้นใบสีขาวอมเทา ขอบใบสีเขียวเข้ม ใต้ใบสีม่วงแดง ก้านใบยาว สีแดงอมน้ำตาล ออกดอกเป็นช่อจากโคนต้น ใบประดับสีน้ำตาลแดง ดอกสีขาวขนาดเล็ก ออกดอกเดือนมีนาคม – ตุลาคม   การขยายพันธุ์: แยกกอ การใช้งานและอื่นๆ:  นิยมตัดใบมาจัดดอกไม้หรือปักแจกันได้ดีและทนทาน และมีความเชื่อกันว่าจะทำให้ทำมาค้าขึ้น เก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำ
7 ตุลาคม 2568
นางพญาคล้าทอง
ชื่อวิทยาศาสตร์: Ctenanthe oppenheimiana (E. Morren) K. Schum. ‘Tricolor’ ชื่อสามัญ: Never-never Plant/Oppenheim’s Bamburanta/Tricolor Bamburanta วงศ์: MARANTHACEAE ไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีถิ่นกำเนิดในบราซิล แตกกอ ลำต้นเทียมสูงประมาณ 32 เซนติเมตร ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้ารูปกิ่งทรงกลม ใบเดี่ยว รูปใบหอกแกมขอบขนาน ปลายแหลม โคนมน ขอบเรียบ ด้านบนใบสีเขียว มีแถบด่างสีขาวนวล และสีชมพูอมม่วง กระจายไม่เป็นระเบียบ ด้านล่างใบสีม่วงแดงเข้ม ก้านใบสั้น   การขยายพันธุ์: แยกหน่อ การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกประดับ ปลูกเป็นไม้ในอาคาร
7 ตุลาคม 2568
คุณนายตื่นสาย
ชื่อวิทยาศาสตร์: Portulaca oleracea L. ชื่อสามัญ: Common Purslane/Little Hogweed/Pigweed, Pusley, Verdolaga วงศ์: PORTULACACEAE ชื่ออื่น: แพรเซี่ยงไฮ้ เป็นไม้เลื้อย ลำต้นสีม่วงแดงทอดยาวไปตามผิวดิน ยอดชูตั้งขึ้น ถิ่นกำเนิดในแอฟริกาเหนือถึงตะวันออกกลาง อินเดียถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทวีปออสเตรเลีย เป็นพืชล้มลุก อวบน้ำในวงศ์ผักเบี้ย สามารถสูงได้ถึง 40 เซนติเมตร มีประมาณ 40 สายพันธุ์ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี ปลายแหลม โคนสอบ ขอบเรียบ แผ่นใบอวบน้ำ ผิวด้านบนสีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม บางพันธุ์มีขอบใบขลิบสีแดง ดอกเป็นช่อ ออกดอกบริเวณซอกใบหรือปลายกิ่ง ช่อละ  3 - 6 ดอก มีหลายสีทั้ง สีขาว ชมพู แดง เหลือง หรือส้ม กลีบดอกบาง ชั้นเดียวหรือซ้อนหลายชั้น ขอบกลีบหยักเป็นคลื่น กลีบบางย่อยคล้ายแพรบาง ๆ ดอกบานเมื่อได้รับแสงแดด   การปลูกเลี้ยง  ชอบดินร่วนปนทราย น้ำปานกลาง ชอบแดดจัด การขยายพันธุ์: ปักชำ การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกประดับ เป็นพืชคลุมดิน ให้ดอกสีสันสดใส สวยงาม
7 ตุลาคม 2568
จิบโซฟิลา/ยิปโซฟิลลา
ชื่อวิทยาศาสตร์: Gypsophila paniculata L. ชื่อสามัญ: Baby’s Breath วงศ์: CARYOPHYLLAZEAE ถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกของทวีปยุโรป เป็นไม้พุ่ม อายุหลายปี ความสูง 30 - 90 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านมาก ลำต้นมีขนเล็กน้อย ใบเดี่ยวรูปแถบถึงรูปใบหอกขนาดเล็ก ปลายแหลม โคนมน แผ่นใบสีเขียวเข้ม ดอกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนง ออกตามปลายยอด ดอกสีขาว สีชมพู หรือสีม่วง มีทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น 5 แฉก   การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด ปักชำ การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับ นิยมปลูกเป็นไม้กระถางแขวนการใช้งานและอื่น ๆ