ไม้ดอกไม้ประดับ

พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ


ค้นพบพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับที่น่าสนใจจากศูนย์


7 ตุลาคม 2568
เจอเรเนียม
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pelargonium x hortorum L.H.Bail ชื่อสามัญ: Geranium ชื่ออื่น ๆ : ปากนกกระเรียน วงศ์ : Geraniaceae เจอเรเนียม หรืออีกชื่อหนึ่งว่า ปากนกกระเรียน เนื่องจากมีลักษณะลำต้นสูงยาว เหมือนขาของนกกระเรียน และปลายฝักเป็นจะงอยแหลมคล้ายกับปากของนกกระเรียน ความสูง 30 - 60 เซนติเมตร ลำต้นอวบน้ำ แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มแน่น ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับแน่นบริเวณปลายยอด ใบเป็นรูปทรงกลม  เจอราเนียมมีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาใต้ และประเทศออสเตรเลีย ในปัจจุบันที่ปลูกกันมักเป็นลูกผสม ซึ่งเป็นไม้ดอกที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น โดยจะออกดอกให้ชมในช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ของทุกปี   ขยายพันธุ์ : ปักชำกิ่ง การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับ
7 ตุลาคม 2568
ซัลเวีย
ชื่อวิทยาศาสตร์ Salvia splendens (SAL-vi-uh SPLEN-denz) ชื่อสามัญ Salvia/Scarlet Sage วงศ์ Labiatae ซัลเวียเป็นไม้พุ่มที่มีกำเนิดจากบราซิล พันธุ์ป่าดั้งเดิมมีความสูงถึง 3 ฟุต ปัจจุบันนี้ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ให้เตี้ยลงเหลือประมาณ 15 นิ้ว ซัลเวียเป็นไม้ดอกที่นิยมปลูกกันมากในช่วงที่มีอากาศเย็น ส่วนมากมีสีแดงสดสะดุดตา ใบมีรูปคล้ายหัวใจมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกออกเป็นช่อกระจะ ชูตั้งขึ้นสูง 20-25 เซนติเมตร ดอกออกที่ปลายยอด มีต้นละ 6-10 ช่อ ทยอยบานจากล่างขึ้นบน ซัลเวียมีหลายสี เช่น แดง ส้ม ปูน ม่วง ครีม และขาว บางพันธุ์มีแถบสีขาวบนพื้นกลีบดอกสีแดง ส่วนที่เห็นเป็นสีดอกคือดอกจริงและกลีบประดับ เมื่อดอกจริงร่วงไปแล้วก็ยังเห็นกลีบประดับสีสด จะมีสีอ่อนลงเมื่อบานไประยะหนึ่ง
7 ตุลาคม 2568
ฤาษีผสม
ชื่อวิทยาศาสตร์: Plectranthus scutellarioides (L.) R. Br. ชื่อสามัญ Flame Nettle/ Painted Nettle วงศ์: Lamiaceae (Labiatae) ไม้พุ่มขนาดเล็ก อายุ 2 ปี ลำต้นและกิ่งก้านเป็นเหลี่ยม ทุกส่วนอวบน้ำ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ถึงรูปรี มีสีสันเป็นลวดลาย ขนาด และรูปร่างใบแตกต่างกันตามพันธุ์ ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบหยักฟันเลื่อย แผ่นใบบางและหยิกย่น มีขนสั้นๆปกคลุม ดอกสีขาวอมม่วงถึงม่วง ออกเป็นช่อเชิงลดที่ปลายยอด ชูตั้งขึ้น ดอกสีม่วงอมฟ้าคราม กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดเล็ก ๆ   เมื่อได้รับแสงแดดจัด ใบจะมีสีสดและเป็นพุ่มแน่น หลังจากดอกโรยต้นจะเริ่มโทรม หากต้องการยืดอายุควรปลิดช่อดอกอ่อนทิ้ง หมั่นตัดแต่งทรงพุ่มอยู่เสมอ แล้วนำกิ่งที่ได้ไปขยายพันธุ์ การขยายพันธุ์: ปักชำกิ่งและยอด การใช้งานและอื่นๆ: นิยมปลุกเป็นไม้ประดับ
8 ตุลาคม 2568
ดาวกระจาย
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cosmos sulphureus Cav. ชื่อสามัญ : Cosmos/Mexican aster วงศ์ : COMPOSITAE ชื่ออื่น : คำแพ/ คำเมืองไหล/ คำอังวะ เป็นพันธุ์ไม้ต่างประเทศ มีถิ่นกำเนิดในประเทศเขตร้อน และกึ่งเขตร้อนของอเมริกา เม็กซิโก เป็นไม้คลุมดิน ต้นเป็นเหลี่ยม ตั้งตรง มีขนปกคลุม ความสูง 0.30 - 1.50 เมตร ใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม รูปใบหอก ปลายแหลม โคนสอบ ขอบหยักเว้าลึกแบบขนนก 5 - 7 แฉก สีเขียวเข้ม ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบปลายกิ่ง ดอกสีเหลือง มีทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน ดอกมี 2 ชั้น คือดอกย่อยชั้นนอกและดอกย่อยชั้นใน ดอกชั้นนอกรูปขอบขนาน ปลายหยัก 2-3 หยัก หลากหลายสีสัน ดอกย่อยชั้นในสีเหลืองเป็นหลอดกระจุกกลางดอก กลีบดอกขนาดเล็กแยกออก 4 - 5 แฉก เกสรเพศผู้จำนวนมาก การขยายพันธุ์: การเพาะเมล็ด การใช้งานและอื่นๆ: จัดเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่นิยมปลูกลงแปลง เป็นกลุ่ม ริมถนน หรือทางเดิน เมื่อบานจะแลดูสวยงามเป็นทุ่งดาวกระจาย อีกทั้ง อายุดอกที่บานนาน และบานเป็นชุดต่อเนื่อง
8 ตุลาคม 2568
ดาวเรืองฝรั่งเศส
ชื่อวิทยาศาสตร์: Tagetes patula L. ชื่อสามัญ French marigold วงศ์: ASTERACEAE ดาวเรืองฝรั่งเศสเป็นดาวเรืองต้นเล็ก สูงประมาณ 6 – 12 นิ้ว ต้นเป็นกอเตี้ย ให้ดอกเร็วกว่า และดอกดกกว่าดาวเรืองอเมริกัน มีสีมากกว่าด้วยคือ มีสีเหลือง ส้ม ทอง นํ้าตาลอมแดง และสีแดง บางพันธุ์มีสองสีในดอกเดียวกัน เช่น พื้นกลีบสีเหลืองใจกลางดอกสีนํ้าตาลแดง ดอกมีขนาดเล็ก ประมาณ 1.5 นิ้ว นิยมใช้ปลูกประดับในแปลงมากกว่าใช้เป็นไม้ตัดดอกเนื่องจากมีก้านดอกสั้น การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้กระถาง ไม้ตัดดอก ไม้ประดับแปลง งานวิจัยในรัฐจอร์เจีย นอร์ทแคโรไลนา และมหาวิทยาลัยในเนเธอร์แลนด์ พบว่า ดาวเรืองฝรั่งเศสบางพันธุ์สามารถลดปริมาณไส้เดือนฝอยที่ทำให้เกิดอาการรากปมในพืชได้ เนื่องจากในรากมีสารประกอบที่ห้ามการเจริญเติบโตและระงับการวางไข่ของไส้เดือนฝอย จึงแนะนำให้ปลูกดาวเรืองฝรั่งเศสในพื้นที่ที่มีปัญหาสักหนึ่งฤดูปลูกแล้วไถต้นกลบเป็นปุ๋ยพืชสด  
8 ตุลาคม 2568
เดหลี
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Spathiphyllum spp. ชื่อสามัญ : Spathiphyllum วงศ์ :  ARACEAE มีถิ่นกำเนิดทวีปอเมริกาใต้ มีลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดินแล้วแตกหน่อขึ้นมาเป็นกอ ใบเป็นใบเดี่ยว ปลายใบแหลม สีเขียวเข้มเป็นมัน ก้านใบยาว ดอกมีจานดอกสีขาว เวลาออกดอกจะแทงก้านขึ้นมา มีใบประดับเรียกว่า จานดอกมีอันเดียว มีลักษณะเป็นกาบหรือจานรูปหัวใจ ปลายแหลม ส่วนหัวจะอยู่ที่ช่อดอก ซึ่งเรียกว่า ปลี ลักษณะทรงกระบอกมีดอกเล็ก ๆ เรียงติดกันอยู่ มีกลิ่นหอม   การขยายพันธุ์: แยกเหง้า แล้วนำไปชำ เดหลีเป็นไม้ที่ไม่ต้องการแสงแดดจัด ควรปลูกในที่ที่ร่มรำไร การใช้งานและอื่นๆ: เป็นไม้กระถาง ไม้ประดับทั่วไป
8 ตุลาคม 2568
ทองอุไร
ชื่อวิทยาศาสตร์: Tecoma stans (L.) Kunth ชื่อสามัญ: Yellow bell/ Yellow elder/ Trumpet vine ชื่อวงศ์ :  BIGNONIACEAE ไม้พุ่ม มีถิ่นกำเนิดในอเมริกา เม็กซิโก ทางเหนือของอาร์เจนตินา และแถบหมู่เกาะอินดีสตะวันตก  ความสูงต้น 2 - 5 เมตร ไม่ผลัดใบ บางครั้งมีลักษณะเป็นพุ่มเรือนยอดทรงกลมหรือรูปไข่ เปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อน ใบเรียงแบบขนนก รูปใบหอกหรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ใต้ใบมีขนละเอียด ขอบใบจักฟันเลื่อย ดอกสีเหลือง ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะแยกแขนงที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงรูปถ้วย ปลายแยกเป็น 5 แฉก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ คล้ายรูปแตร                 การใช้งานและอื่นๆ: นิยมปลูกในกระถาง ริมทางเดิน หรือแม้แต่บริเวณเกาะกลางถนน เนื่องจากปลูกเลี้ยงง่าย ทนแล้ง โตเร็ว มีชื่อที่เป็นศิริมงคล หลายคนนิยมนำมาใช้บูชาพระ  เสริมโชคชะตา ทำให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง
8 ตุลาคม 2568
ทิวลิป
ชื่อสามัญ : Tulip ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tulipa sp. ชื่อวงศ์ : LILIACEAE   ไม้ดอกที่จัดอยู่ในวงศ์เดียวกับลิลลี่ ดอกทิวลิป มีถิ่นกําเนิดอยู่ในทวีปเอเชียและแถบเมดิเตอร์เรเนียน โดยพบจากบริเวณอามาเนียจนถึง แถบเทือกเขาเทียนชาน เป็นไม้หัวขนาดสั้น มีหัวแบบหัวหอม ใบรูปรีถึงใบหอก สีเขียวเข้ม มี 2-3 ใบ ดอกรูปถ้วยขนาดใหญ่ มีทั้งสีเดียว และหลายสีมีกลีบดอกชั้นเดียว จำนวน 5-6 กลีบ หรือกลีบดอกซ้อน ขอบกลีบเรียบ หรือหยักเว้า เป็นคลื่น มีหลากหลายสี เช่น สีขาว เหลือง ชมพู แดง ม่วง หรือดอกสองสี   เป็นสัญลักษณ์ของประเทศฮอลแลนด์ และสัญลักษณ์ของความรักและความโรแมกติก การใช้งานและอื่นๆ: นิยมใช้สำหรับตกแต่งในงานแต่งงาน และช่อเจ้าสาว
8 ตุลาคม 2568
เทียนฝรั่ง
ชื่อสามัญ : Busy Lizzie/Patience Plant/Sultana ชื่อวิทยาศาสตร์: Impatiens walleriana Hook.f. วงศ์: BALSAMINACEAE ชื่ออื่นๆ: เทียนญี่ปุ่น ไม้ดอกอายุสั้น มีความสูง 15 – 45 เซนติเมตร ลำต้นอวบน้ำและแตกกิ่งก้านสาขา มีทั้งพันธุ์ต้นเตี้ยและต้นสูง มีปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบหยักมน ใบสีเขียวเข้มบางพันธุ์ก้านใบมีสีแดง ออกดอกเป็นช่อที่ซอกใบและปลายยอด เส้นผ่านศูนย์กลางดอก 3 – 5 เซนติเมตร มีทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน ดอกชั้นเดียวมีกลีบดอก 5 กลีบ ส่วนดอกซ้อนบางพันธุ์คล้ายกุหลาบ กลีบดอกมีสีขาว ชมพู ส้ม แดง ม่วง และสองสีในดอกเดียวกัน   การขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกประดับสวน ปลูกเป็นไม้กระถาง ไม้แขวน ดอกมีสีสันสวยงาม
8 ตุลาคม 2568
บอนสี
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Caladium bicolor (Aiton) Vent. ชื่อสามัญ : Caladium ชื่อวงศ์ : ARACEAE พืชหัวถิ่นกำเนิด อเมริกาใต้  มีหัวอยู่ใต้ดินดิน มีลำต้นเทียม สูง 0.8 ม. ใบ ใบใหญ่ คล้ายหัวลูกศร แผ่นใบมีสีที่แตกต่างกัน ลวดลายบนใบก็มีทั้งแบบ ลายจุด และแบบป้ายหรือแถบสี ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่นำมาผสม เช่น สีแดง ชมพู เหลือง เขียว ขาว ดอก คล้ายดอกหน้าวัว โคนของดอกจะพอง สีขึ้นอยู่กับสายพันธุ์  การขยายพันธุ์:  เพาะเมล็ด แยกหัว การใช้งานและอื่นๆ: เป็นไม้มงคล นิยมปลูกประดับในอาคาร ปลูกประดับสวนหรือเป็นไม้กระถาง
8 ตุลาคม 2568
บานชื่น
ชื่อวิทยาศาสตร์: Zinnia violacea Cav. ชื่อสามัญ: Zinnia วงศ์: ASTERACEAE เป็นพันธุ์ไม้ต่างประเทศ มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโก มีความสูง 0.15 - 2 เมตร ลำต้นเดี่ยวตั้งตรง สีเขียว เปราะหักง่าย มีขนแข็งสั้นปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามติดกับลำต้น รูปใบหอกหรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ก้านใบสั้น  ปลายแหลม โคนมน ขอบเรียบ ผิวมีขนหยาบ ช่อดอกแบบช่อกระจุก มีทั้งดอกวงนอกเรียงชั้นเดียวและดอกวงนอกเรียงซ้อนทับหลายชั้น ดอกวงนอกรูปขอบหนาม สีขาวนวล เหลือง ชมพู ส้ม ม่วง แดง และสองสีในดอกเดียวกัน ดอกวงในรูปหลอด สีเหลือง  ดอกวงนอกบานก่อน กลีบดอกสีเหลือง 5 กลีบ มีขนปกคลุม เกสรเพศผู้และเพศเมียมีขนาดเล็ก   การใช้งานและอื่นๆ: ใช้ปลูกเป็นไม้ดอกประดับตามบ้าน จัดสวน และปลูกเป็นไม้กระถาง ใช้ปลูกเป็นไม้มงคล บานชื่น เป็นคำมงคลที่แสดงถึงความเบิกบานมีความสุข ดอกบานชื่น นำมาตากแห้ง และบดเป็นผงสำหรับชงเป็นชาดื่ม สกัดสีย้อมผ้า สีผสมอาหาร
8 ตุลาคม 2568
เบญจมาศ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Chrysanthemum morifolium Ramat. ชื่อสามัญ : Chrysanthemum ชื่อวงศ์ : ASTERACEAE ถิ่นกำเนิดประเทศจีนและญี่ปุ่น ไม้ดอกเป็นพุ่ม ลำต้นมีขนอ่อน ใบเดี่ยวเรียงสลับ ใบรูปไข่ หรือรูปใบหอก โคนใบตัดสอบ คล้ายรูปลิ่ม ปลายใบแหลม ขอบใบเว้าเป็นจัก เว้าเป็นพู 3-5 พู แผ่นใบหยาบ ดอกออกที่ปลายยอด และตามซอกใบ ดอกมีหลายสีขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ สีชมพู ม่วง เหลือง ขาว ดอกขนาด 2-5 ซม. ดอกวงนอกเป็นดอกเพศเมีย มี1-2 ชิ้น ดอกตรงกลางเป็นดอกสมบูรณ์เพศ การขยายพันธุ์: ปักชำกิ่ง แยกหน่อ การใช้งานและอื่นๆ: นิยมปลูกเลี้ยงและใช้เป็นไม้เศรษฐกิจ มีการซื้อขายมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากกุหลาบ