ไม้ดอกไม้ประดับ

กุหลาบ


กุหลาบ

ชื่อสามัญ : Rose

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rosa spp.

ชื่อวงศ์ : ROSACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : กุหลาบมีถิ่นกำเนิดอยู่แถวทวีปเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือและใต้ กุหลาบเป็นไม้อายุหลายปี ตัวต้นเป็นพุ่มขนาดเล็ก แต่บางชนิดมีขนาดใหญ่หรือเป็นไม้เลื้อย กิ่งก้านมีหนามแหลม ดอกมีทั้งดอกเดี่ยวและออกเป็นช่อ กุหลาบแบ่งเป็น 4 กลุ่มตามลักษณะดอก คือ

กุหลาบไฮบริดที (Hybrid tea) ที่ให้ดอกเดี่ยวขนาดใหญ่

กุหลาบฟลอริบันดา (floribunda) หรือกุหลาบพวงออกดอกเป็นช่อจำนวนมาก

กุหลาบแกรนดิฟลอรา (Grandiflora) หรือกุหลาบพวงก้านยาวดอกใหญ่

กุหลาบหนู (Miniature) ลักษณะต้นแคระ ดอกเล็ก

การนำไปใช้ประโยชน์ :  กลิ่นหอมของดอกกุหลาบช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย รสชาติของดอกกุหลาบจะมีรสฝาด ซึ่งแฝงไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูง รวมถึงอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินบี วิตามินเค แคลเซียม โปแตสเซียม และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้ง นำมาอบแห้งสามารถทำเป็น “ชาดอกกุหลาบ” ได้ ซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดกลิ่นตัว ขับเหงื่อ ขับสารพิษ และเป็นยาระบายอ่อนๆ นอกจากนี้กลีบดอกยังสามารถนำไปชุบแป้งทอดได้

สรรพคุณ : กลีบของกุหลาบอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินเกลือแร่ต่างๆ ที่ร่างกายต้องการ อาทิ โพแทสเซียม (สารที่จำเป็นต่อระบบการทำงานของหัวใจ) แร่ธาตุทองแดง (ช่วยกระบวนการสร้างเม็ดเลือด) วิตามินซี วิตามินเค สารแคโรทีน ซึ่งทั้งหมดจะช่วยในเรื่องการบรรเทาอาการหวัด เจ็บคอ หลอดลมอักเสบ บำรุงร่างกายให้แข็งแรง รักษาแผลหรือการอักเสบในกระเพาะอาหาร ลดการอักเสบของผิวหนัง หากเรานำกลีบมาสกัดก็จะได้ “น้ำมันหอมระเหย” ที่จะช่วยคลายเครียด ผ่อนคลาย ช่วยให้สมองในระบบจดจำทำงานได้ดีขึ้น นอนหลับง่ายขึ้น ระบบเลือดไหวเวียนสมบูรณ์ ระงับอาการประสาท ความเครียด เพิ่มความรู้สึกทางเพศ ลดอาการเจ็บแน่นหน้าอก ปวดศีรษะและอาการหวัดได้

การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด การตัดชำด้วยกิ่งหรือราก การตอนกิ่ง การติดตา การต่อกิ่ง การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ