ไม้ดอกไม้ประดับ

มะลิลา


มะลิลา

ชื่อสามัญ : Jasmine

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Jasminum sambac (L.) Ait.

ชื่อวงศ์ : OLEACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่มกึ่งเลื้อย ความสูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งขึ้นและทอดเอน แตกกิ่งก้านมาก ใบเดี่ยว อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม 2-3 ใบ ใบรูปไข่ รูปไข่กลับ หรือแกมรูปรี สีเขียวเป็นมันดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงมีลักษณะเป็นเส้นสีเขียว โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยก 5 กลีบ สีขาว ดอกทยอยบาน โดยเริ่มจากดอกที่อยู่ตรงกลางช่อ ดอกเริ่มบานแล้วส่งกลิ่นหอมแรงในตอนกลางคืน แล้วโรยในบ่ายวันถัดไป ออกดอกตลอดปี แต่จะดกในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน

การนำไปใช้ประโยชน์ : ใช้ดอกมะลิ ให้เป็นดอกไม้ของวันแม่แห่งชาติ เพราะมีกลิ่นหอม และยังมีสีขาวบริสุทธิ์ ใช่ทำเป็นพวงมาลัยไหว้พระ รวมถึงใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมันหอมระเหย และใช้แต่งกลิ่นใบชา, ใช้อบขนมต่างๆ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม ในทางสุคนธบำบัด (Aromatherapy) หรือ การบำบัดโดยการใช้กลิ่นหอม จะใช้น้ำมันหอมระเหยของดอกมะลิ ในการกระตุ้นระบบประสาทสำหรับผู้ที่มีภาวะอ่อนล้าทางจิตใจ เฉื่อยชา อ่อนเพลีย ง่วง ช่วยปรับอารมณ์ และสภาพสมดุลของจิตใจให้ดีขึ้น หรือ จะใช้ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไปที่ให้นั้นหอม สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี และเป็นพันธุ์ไม้หอมที่ปลูกได้ง่าย เมื่อดื่มน้ำลอยดอกมะลิให้ความรู้สึกสดชื่นอีกด้วย ในปัจจุบันน้ำมันหอมระเหยจากดอกมะลิ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น King of essential oils (ส่วนกุหลาบเป็น Queen of essential oils) จัดว่าเป็นน้ำมันหอมระเหยที่มีราคาแพงที่สุด นำมาใช้แต่งกลิ่นน้ำหอม เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางต่างๆ ใช้ในธุรกิจสปา และใช้เพื่อสุคนธบำบัด  

สรรพคุณ : ใช้บำรุงหัวใจ ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้เจ็บตา เนื่องจากมีรสฝาดสมาน จึงช่วยสมานท้อง แก้บิด แก้ปวดท้อง

การขยายพันธุ์ : ปักชำและตอนกิ่ง